JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0

Mido Press Presentation Novelty 2019


ประดิษฐกรรมแห่งเรือนเวลาหรูแบรนด์
‘มิโด’ (Mido) จัดงาน ‘มิโด เพรส พรีเซนเทชั่น โนเวลตี้ 2019’
อวดโฉมเรือนเวลาคอลเลกชั่นประจำปี 2019 ที่มีดีไซน์โดดเด่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวยุคใหม่

เสริมสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยเรือนเวลาดีไซน์โก้หรูจากแบรนด์ ‘มิโ’ (Mido) ที่ล่าสุดได้จัดงาน ‘มิโด เพรส พรีเซนเทชั่น โนเวลตี้ 2019: ลันช์ ปาร์ตี้’ (Mido Press Presentation Novelty 2019: Lunch Party) อวดโฉมเรือนเวลาดีไซน์หรูจำนวน 40 เรือนที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีในบรรยากาศการรับประทานอาหารอากลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เมื่อบ่ายวันก่อนโดยในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ณชา จึงกานต์กุล, หม่อมหลวงอรรถดิศ ดิศกุล และ ชนินทร์ เตรัตนชัย
ภาณุวัฒน์ ทองพุ่ม ผู้จัดการผลิตภัณฑ์นาฬิกาแบรนด์ "มิโด" บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง ประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า ‘การจัดงานมิโด เพรส พรีเซนเทชั่น โนเวลตี้ 2019: ลันช์ ปาร์ตี้ (Mido Press Presentation Novelty 2019: Lunch Party) ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการแนะนำนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2019 จากแบรนด์มิโด โดยจะมีนาฬิกาทั้งหมดจำนวน 40 เรือนที่มีดีไซน์โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวชาวไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาจัดแสดงโชว์ พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr.Franz Linder) ประธานบริหารที่จะมาร่วมแนะนำเรือนเวลาในแต่คอลเลกชั่นด้วย

‘มิโ’ (Mido) แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1934 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.

ภายในงานได้เปิดตัวนาฬิกาแบรนด์ ‘มิโ’ (Mido) ประจำปี 2019 ที่มีเรือนเวลาดีไซน์หรูกว่า 40 เรือน ซึ่งประกอบไปด้วยคอลเลกชั่นอันโดดเด่น อาทิ คอลเลกชั่น ‘มัลติฟอร์ท แพทริโมนี’ (Multifort Patrimony) เรือนเวลาที่มีรูปลักษณ์ความร่วมสมัยแต่แฝงด้วยกลิ่นอายในสไตล์วินเทจ โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มแบบโดมช่วยดึงดูดสร้างความสนใจจากสายตาทุกคู่ มาพร้อมกับการขัดแต่งลวดลายแบบซันเรย์ที่มีความประณีต ซึ่งให้สัมผัสแบบแตกต่างอย่างสุดขั้วกับตัวเรือนทรงกลมที่ผลิตจากแสตนเลสสตีลขัดแต่งแบบซาตินและแบบเงา โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือนอยู่ที่ 40 มิลลิเมตร  จับคู่กับสายหนังสีคอนยัค (Cognac) มีสเกลวัดแบบ Pulsometer ถูกวางเอาไว้ที่ขอบของหน้าปัดใช้สำหรับการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาบนหน้าปัดมีการเจาะช่องเอาไว้สำหรับแสดงวันที่ พร้อมครอบทับหน้าปัดด้วยกระจกทรงเหลี่ยมจากแซฟไฟร์ (Sapphire) ทำหน้าที่ในการปกป้องชุดหน้าปัด ด้านเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกขัดแบบไดมอนคัทที่มีรูปทรงแบนเรียบนั้นช่วยให้ ‘มัลติฟอร์ท แพทริโมนี’ เปรียบเสมือนกับเป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความสง่างามอย่างคลาสสิกในอดีต ขณะที่สามารถสัมผัสกับความงดงามของเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงบนหน้าปัดซึ่งได้รับจากการเคลือบสารเรืองแสงแบบซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-Luminova) คือตัวแทนของเรื่องราวที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน
 
ถัดมาที่คอลเลกชั่น ‘คอมมานเดอร์ บิ๊ก เดท ลิมิเต็ด อิดิชั่น’ (Commander Big Date 60th Anniversary Limited Edition) นาฬิการุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาอย่างจำกัดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของคอลเลกชั่นอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างรุ่น คอมมานเดอร์ ที่มีความโดดเด่นด้วยช่องแสดงวันที่หรือ Date ที่มีขนาดใหญ่อยู่ตรงตำแหน่งที่ 6 บนหน้าปัด ถือเป็นรุ่นนาฬิกาออโตเมติกอันสง่างามที่ยังคงงานดีไซน์ตามแบบฉบับของรุ่นคอมมานเดอร์ไม่เสื่อมคลาย ด้วยหน้าปัดขนาดใหญ่ ที่มีจุดบอกเวลาเป็นตัวเลขแบบขีด ผลิตโดยช่างฝีมือทำนาฬิกาชั้นสูงที่ผสานกลไกทรงประสิทธิภาพอย่าง Caliber 80 ด้วยพลังงานสำรองยาวนานกว่า 80 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับกลไกนาฬิกามาตรฐานทั่วไปที่มีระยะเวลาเพียง 42 ชั่วโมง

ต่อมาที่คอลเลกชั่น ‘เรนฟลาวเวอร์’ (Rainflower) นาฬิกาคอลเลกชั่นสุดพิเศษสำหรับสุภาพสตรีที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงความหรูหราที่อยู่เหนือกาลเวลา โดยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพิพิธภัณฑ์อาร์ตไซน์ (ArtScience) ประเทศสิงคโปร์ด้วยรูปทรงของอาคารที่มีลักษณะคล้ายดอกบัวบานสีขาวที่ลอยอยู่บนผืนน้ำและสามารถรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้าพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ได้ ผนวกกับเส้นสายการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่มีความทันสมัย เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเรือนเวลาของ ‘มิโด’ (Mido) ซึ่งมีเส้นสายการออกแบบที่คมและทันสมัยบนตัวเรือนทรงกลม ที่ผสานความโค้งมนของลวดลายดอกบัวบนหน้าปัดได้อย่างงดงาม โดยหน้าปัดนาฬิการุ่น ‘เรนฟลาวเวอร์’ จะมาพร้อมกับหน้าปัดที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ โดยในรุ่นหน้าปัดไข่มุกสีขาว (Mother-of-pearl) ที่เพิ่มความเปล่งประกายของหลักชั่วโมงด้วยการประดับอัญมณี ส่วนรุ่นหน้าปัดสีชมพูให้สัมผัสที่อ่อนโยนและมีเฉดสีที่หลากหลายทั้งบนตัวเรือนและสายนาฬิกา ขณะที่หน้าปัดสีขาวเป็นแบบ Grained ที่มีรายละเอียดอยู่บนพื้นผิวเป็นเม็ดเล็กๆ ให้อารมณ์ที่คลาสสิกและดูทันสมัย พร้อมใช้ตัวอักษรโรมันในหลักชั่วโมงและตัวเรือนเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์ หรือว่าจะเป็นรุ่นหน้าปัดมุกสีน้ำตาล (Mother-of-pearl) แบบไล่โทนสีก็ความโดดเด่นไม่แพ้กัน ซึ่งทุกรุ่นจะมาพร้อมกับสายหนังที่จับคู่โทนสีได้อย่างลงตัว

และคอลเลกชั่น ‘บารอนเชลลี่ ไวลด์ สโตน’ (Baroncelli Wild Stone) เรือนเวลาดีไซน์คลาสสิก เหนือกาลเวลา ช่วยเสริมบุคลิกที่มีความมั่นใจของผู้หญิง ผ่านการตกแต่งด้วยอัญมณีคุณภาพสูง เพื่อเป็นการส่งเสริมพลังให้เหล่าหญิงสาวได้ใช้ชีวิตอย่างกล้าหาญ มีอิสระ มีความภูมิฐาน และมีความสนุกสนานเร้าใจ ที่มีหน้าปัดประกอบไปด้วยอัญมณี ‘อะเวนจูรีน’ (Aventurine) อัญมณีสีน้ำเงินเข้มช่วยเสริมพลังด้านการงาน, ‘ไทเกอร์ อาย’ (Tiger’s Eye) อัญมณีสีน้ำตาลอมส้มช่วยเสริมสมาธิและขจัดสิ่งชั่วร้าย, ‘มาลาไคท์’ (Malachite) อัญมณีโทนสีเขียวที่ไล่ไปตามเฉดสีเมื่อส่องกระทบแสง ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย และ ‘ทรี แจสเปอร์’ (Tree Jasper) ช่วยเพิ่มความสดชื่นด้วยหินสีเขียวโทนสบายตา เสริมพลังด้านสุขภาพ ซึ่งหินแต่ละชนิดจะถูกประดับลงบนหน้าปัดตัวเรือนทรงกลมที่ผลิตจากสแตนเลสสตีล มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 33 มิลลิเมตร โดยจะมี 2 รุ่นที่มีการเคลือบ PVD ด้วยโทนสีโรสโกลด์อย่าง ‘อะเวนจูรีน’ (Aventurine) และ‘ไทเกอร์ อาย’ (Tiger’s Eye) ส่วนเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีขัดแต่งแบบดับเบิลไซด์ (Double-Side) ซึ่งจะเป็นแบบขัดด้านและขัดแบบไดมอนด์ คัท (Diamond-Cut) เพิ่มความเงางาม พร้อมช่องแสดงวันที่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกาบนหน้าปัด ปิดครอบด้วยกระจกหน้าปัดผลิตจากแซฟไฟร์ทนแรงกระแทกและเคลือบสารกันแสงสะท้อนมาพร้อมกับสายนาฬิกาที่แมทช์เข้ากันได้ดีกับสีของอัญมณีในแต่ละรุ่นโดย‘อะเวนจูรีน’ (Aventurine) มาพร้อมกับสายผ้าซาตินสีน้ำเงินสอดรับกับสีพื้นหน้าปัด สร้างความโดดเด่นบนข้อมือหญิงสาวได้เป็นอย่างดี ถัดมาที่รุ่น ‘ไทเกอร์ อาย’ (Tiger’s Eye) และ ‘มาลาไคท์’ (Malachite) ที่จับเข้าคู่กับสายหนังวัวแท้ปั๊มลายจระเข้สีดำเคลือบเงาเพิ่มความหรูหรา และรุ่น ‘ทรี แจสเปอร์’ (Tree Jasper) เข้าคู่กับสายสแตนเลสสตีลแบบ 5 ข้อต่อ ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายยามสะท้อนแสง โดยทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 80  ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับความยอดเยี่ยมในด้านการเก็บพลังงานสำรองได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง โดยตัวกลไกได้รับการตกแต่งบนโรเตอร์ด้วยลวดลายแบบเจนีวาสไตรป์ (Geneva Stripes) พร้อมกับโลโก้แบรนด์ ที่สามารถมองเห็นกลไกการทำงานผ่านฝาหลังแบบใส และนาฬิกาทั้ง 4 รุ่นในคอลเล็กชั่นนี้สามารถกันน้ำได้ในระดับที่ 50 เมตร
               
ด้านเหล่าเซเลบริตี้ต่างร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาเสริมสไตล์ตนเองให้โดดเด่น พร้อมการดูแลรักษาให้สวยทนอย่างยาวนาน เริ่มที่สาวสังคม หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เผยว่า ส่วนตัวจะเน้นสวมนาฬิกาเวลาที่ต้องออกงานสำคัญ เพราะเรามองว่านาฬิกานั้นเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่จะช่วยเสริมบุคลิกของเราให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ โดยจะเลือกนาฬิกาที่มีดีไซน์สวยหรูเข้ากับชุด จะเป็นพวกนาฬิกาสายสแตนเลสสตีลหรือสายหนังโทนสีเข้ม อย่างสีดำหรือสีน้ำตาล ตัวเรือนเล็กๆ ขนาดพอดีกับข้อมือ มีหน้าปัดตกแต่งด้วยไข่มุกหรือเพชรก็จะช่วยขับลุคให้เราดูดีมากขึ้น ส่วนการดูแลนาฬิกาในแบบฉบับของเราเอง คือไม่ควรทำเปียกน้ำ จะเน้นเช็ดทำความสะอาดทันทีหลังจากใส่เสร็จ และเก็บในที่แห้ง ที่สำคัญจะหลีกเลี่ยงการใส่นาฬิกาหรูออกไปทำกิจกรรมแนวผจญภัย เพราะกลัวมีรอยขีดข่วน (หัวเราะ)

ถัดมาที่เวิร์คกิ้งวูแมนสาว ณชา จึงกานต์กุล เล่าว่า ‘ด้วยการทำงานของเราที่ต้องมีการดูแลธุรกิจในหลากหลายด้านมีทั้งการประชุมงาน เดินทางออกไปดูหน้าร้าน ก็มักจะเน้นเลือกสวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีความสะดวกสบายคล่องตัว โดยนาฬิกาที่เราเลือกก็ต้องสามารถใส่แล้วเข้าได้กับทุกชุด รวมทั้งถูกต้องตามกาลเทศะด้วย ตั้งแต่การทำงาน ประชุม พบลูกค้า หรือออกไปสังสรรค์ก็ยังสวมใส่ได้ โดยจะเป็นนาฬิกาที่มีดีไซน์หรูแต่คงความคลาสสิกด้วยสายหนังโทนสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ด้านหน้าปัดอาจจะประดับด้วยเพชรหรือพลอยสีก็จะช่วยดึงดูดความสนใจ ซึ่งการดูแลนาฬิกาของเราก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ก็จะหลีกเลี่ยงการทำหล่นพื้น พร้อมหากล่องใส่นาฬิกาที่มีเบาะวางนุ่มๆ และเก็บในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก’

ต่อมาที่หนุ่มเท่ หม่อมหลวงอรรถดิศ ดิศกุล เผยว่า ‘เวลาที่เรามองหานาฬิกาคู่ใจสักเรือนต้องเลือกจากดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวตนของเรา อย่างตัวเราเองเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ลุยๆ ชอบเที่ยวผจญภัย ก็จะมองนาฬิกาที่นอกจากจะมีดีไซน์สวยเท่เข้ากับตัวเองแล้ว ก็จะดูจากคุณภาพที่มีความทนทาน ทนแรงกระแทก และกันน้ำได้ดี เพราะกิจกรรมที่ชอบทำก็มีทั้งทางบกและทางน้ำ โดยจะเลือกเป็นสายยางหรือสายสแตนเลสสตีล ด้านหน้าปัดอาจจะมีการตกแต่งเสริมขอบหน้าปัดด้วยขอบเบเซิลใช้จับเวลาหรือวัดระยะทางได้ และต้องกันน้ำได้ดีด้วย ส่วนการดูแลของเราหลังใส่เสร็จก็ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ มาเช็ดตัวเรือนและสายนาฬิกา และไม่เก็บใกล้บริเวณที่มีแม่เหล็ก เพราะแม่เหล็กมีผลเสียกับการทำงานของนาฬิกา

ปิดท้ายที่หนุ่มนักธุรกิจ ชนินทร์ เตรัตนชัย เล่าว่า ‘ส่วนตัวเวลาทำงานต้องมีออกไปพบปะลูกค้า ซึ่งนอกจากการแต่งตัวที่ดูดีและถูกกาลเทศะแล้ว ก็จะเลือกสวมนาฬิกาเพื่อช่วยเสริมลุคให้เราดูสมาร์ทมีความน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น โดยนาฬิกาที่เลือกสวมจะต้องมีดีไซน์คลาสสิก โดยเป็นนาฬิกาสายสแตนเลสสตีลสีเงิน มีขนาดหน้าปัดที่ใหญ่พอดีกับข้อมือ และอาจจะมีลูกเล่นเป็นนาฬิกาที่บอกวันที่ได้ด้วย ซึ่งนาฬิกาสายสแตนเลสนี้นอกจากจะใส่ทำงานได้แล้ว ยังสามารถสวมออกกำลังกายได้ด้วย เวลาที่โดนเหงื่อก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะเท่าพวกนาฬิกาสายหนัง ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราเป็นอย่างยิ่ง’

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์ให้โดดเด่นด้วยเรือนเวลาหรูจากแบรนด์ ‘มิโด’ (Mido) นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่ เคาน์เตอร์ ‘มิโด’ (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ